ขั้นตอนการดูแล กระทะเหล็กหล่อ

Posted on Leave a comment
103301785 3015830525165046 856930821496813323 o 1

Filter Products Showing all 10 results
Categories
ประเภท
Price
Materials (วัสดุ)
Size (ขนาด)
Sort By

มีดแบบไหนใช้ทำอะไรบ้างนะ

Posted on Leave a comment

มีดสเตนเลส เป็นอุปกรณ์ประกอบอาหารพื้นฐานที่จะขาดไม่ได้ เพราะขั้นตอนการเตรียมเครื่องปรุง ส่วนผสม ไม่ว่าจะเป็นเมนูคาวหวานอะไร ก็จำเป็นต้องใช้มีดเพื่อการหั่น สับ ตัด แล่ ซอย หรือสไลด์ เนื้อสัตว์ ผัก หรือผลไม้ กันทั้งนั้น

การทำอาหารถือเป็นศิลปะอีกแขนง ต้องพิถีพิถัน ละเมียดละไม ในทุกขั้นตอน ส่วนหนึ่งก็มาจากการเลือกใช้มีดนี่แหละ เนื้อสัตว์บางอย่างก็อาจจะต้องใช้การสับหรือหั่น อีกบางอย่างก็อาจต้องแล่หรือสไลด์บางๆ จึงจะเข้าถึงรสชาติ เต็มปากเต็มคำ ดังนั้นแล้ว มีดจึงถูกดีไซน์ให้มีหลายสไตล์ เพื่อการใช้งานที่แตกต่างกันไป ส่วนจะมีกี่แบบนั้น เรามาทบทวนกันดูอีกที

 

  1. มีดเชฟหรือมีดพ่อครัว (Chef’s Knife)

การที่หมอมีเครื่องช่วยฟัง (Stethoscope) คล้องคอ เป็นเครื่องมือช่วยฟังเสียงจากภายใน แล้วนำมันมาแนบตามลำตัวเรา เพื่อวินิจฉัยอาการเจ็บไข้ได้ป่วยเบื้องต้นนั้น ก็ไม่ต่างกับการที่เชฟพกมีดชนิดนี้ติดตัวเท่าไหร่นัก จะเรียกว่า Chef’Knife เป็นมีดคู่กายของเชฟทุกคนก็ว่าได้ โดยมีดพ่อครัวนี้สามารถใช้ได้ทั้งการหั่น บั้ง หรือซอย ซึ่งเป็นลักษณะพื้นๆ ทั่วไปในขั้นตอนการเตรียมเครื่องปรุง ส่วนผสม โดยมากแล้ว มีดสเตนเลส ที่ใช้จะมีขนาดเหมาะมือ ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ขนาดสัก 20 ซม. กำลังดี

  1. มีดปอกผลไม้ (Paring Knife)

โดยทั่วไปมีดปอกผลไม้ จะมีขนาดบาง เล็ก และสั้นกว่ามีดเชฟเท่าตัว เพราะออกแบบมาเพื่อการปอกเปลือกผักหรือผลไม้เป็นสำคัญ จะใช้เพื่อการตัดหรือหั่นเป็นชิ้นพอคำ ยังพอได้อยู่ นอกเหนือจากนี้ ก็ค่อนข้างลำบากแล้วล่ะ และจะให้ดีก็ควรเลือกใช้ มีดปอกผลไม้สเตนเลส ขนาดสัก 9-11 ซม. จะช่วยให้การใช้งานคล่องมือมาก

 

  1. มีดอเนกประสงค์ (Utility Knife)

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า เป็นมีดสารพัดประโยชน์ สามารถใช้ทำครัวได้หลากหลาย ตัด หั่น เจาะ ฯลฯ โดยมีดแบบนี้เป็นการพบกันครึ่งทางระหว่างมีดเชฟและมีดปอกผลไม้ ทั้งความหนา บาง และความยาว มีดเอนกประสงค์สเตนเลส ที่นิยม จะมีขนาดประมาณ 13 ซม. ถือว่ากำลังพอดีๆ ใช้งานสะดวก ไม่เทอะทะ

  1. มีดแล่เนื้อ/มีดสไลด์ (Carving Knife)

การใช้มีดแบบนี้ เข้าขั้นจะเป็นพ่อครัวแม่หัวป่าแล้วล่ะ เพราะถือเป็นการใช้มีดได้ตรงกับลักษณะของการประกอบอาหาร เช่น แล่เนื้อปลาแซลมอน สไลด์เนื้อหมู เนื้อวัว หรือแฮม ไปจนถึงประเภทสัตว์ปีก ซึ่งการทานอาหารบางอย่างก็จำเป็นต้องใช้การแล่หรือสไลด์บางๆ เพื่อให้เข้าถึงรสชาติความอร่อย แถมยังช่วยเรื่องความสวยงาม น่ารับประทาน หน้าตาของ มีดแล่เนื้อสเตนเลส จึงค่อนข้างมีปลายเล็ก แหลม และยาวพอสมควร ราวๆสัก 20 ซม. กำลังพอเหมาะพอดี

Image result for celeaver anolon

  1. มีดสับ (Cleaver)

มีดสับที่ใช้สำหรับในครัวเรือน คงไม่จำเป็นต้องหนา ใหญ่ และหนัก เหมือนกับมีดปังตอ ที่ใช้กันแพร่หลายตามเขียงหมูในตลาดสด เอาแค่พองาม ใบมีดกว้างหน่อย ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้ามจับถนัดมือ เลือก มีดสับสเตนเลส ขนาดสัก 17 ซม. ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว กับการงานครัวประเภทต้องออกแรงสับชิ้นเนื้อสัตว์ ข้อต่อ หรือกระดูก

  1. มีดหั่นขนมปัง (Bread Knife)

มีดชนิดนี้ จัดอยู่ในประเภทมีดเฉพาะทาง เพราะใช้เพื่อหั่นก้อนหรือแผ่นขนมปังเป็นหลัก ด้วยลักษณะรอยหยักของใบมีด ที่ช่วยให้ชิ้นขนมปังออกมาสวยงาม เนื้อไม่ฉีกขาด เทียบกับการใช้มีดแบบอื่น ที่อาจจะพอหั่นได้ แต่ต้องใช้ความพยายามมากหน่อย ไม่เฉพาะแค่ร้านอาหาร หรือพ่อค้าแม่ค้าขายแซนวิชเท่านั้น ที่นิยมใช้กัน แต่ มีดหั่นขนมปัง สเตนเลส ขนาดประมาณ 20 ซม. ก็เป็นหนึ่งในชุดมีดอีกเล่มของหลายครัวเรือน

พูดถึง ชุดมีดทำครัว สเตนเลส (มีด, กรรไกร และบล็อกไม้) เราก็มีมาแนะนำให้ 3 ชุด ที่ควรมีไว้ติดบ้าน ชุดแรก 5 ชิ้น มีดเชฟ มีดเอนกประสงค์ มีดหั่นขนมปัง มีดปอกผลไม้ และมีดสไลด์ ชุดสอง 6 ชิ้น มีดพ่อครัว มีดปอกผลไม้ 9 ซม. มีดปอกผลไม้ 11 ซม. มีดสับ กรรไกรเอนกประสงค์ และบล็อกไม้ ชุดสาม 7 ชิ้น มีดหั่นขนมปัง มีดแล่เนื้อ มีดพ่อครัว มีดเอนกประสงค์ มีดปอกผลไม้ กรรไกรเอนกประสงค์ และบล็อกไม้

ชุดมีดทำครัวที่ว่า ก็เหมาะกับแต่ละบ้านแตกต่างกันไป คนมากคนน้อย ทำอาหารทานเองบ่อยครั้งแค่ไหน พ่อครัวแม่ครัวมือใหม่ หรือเชฟมืออาชีพ

ฝีมือดี แต่มีดทำครัวไม่ดี อาจทำให้สีสัน หน้าตา และรสชาติอาหารไม่อร่อย เอาได้ง่ายๆ น๊า

ประโยชน์ของหม้อสเตนเลส และการทำความสะอาดที่ถูกวิธี

Posted on Leave a comment
ANO 5419 Recipe Card 3 Front TIF

หากจะไล่เลียงพัฒนาการของการใช้หม้อ เพื่อการหุงหาอาหารแล้วล่ะก็ คงต้องเริ่มจากการใช้หม้อดินในยุคเก่าแก่ ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้หม้อเหล็ก หม้ออลูมิเนียม กระทั่งเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ที่มีการใช้ หม้อสเตนเลส กันแพร่หลายแทบทุกครัวเรือน

แม้ราคาจำหน่ายหม้อสเตนเลสอาจสูงกว่าหม้ออลูมิเนียมอยู่บ้าง แต่ด้วยคุณสมบัติ เรื่องความทนทาน ความสวยงาม และความปลอดภัย เมื่อบวกลบคูณหารแล้วบรรดาพ่อบ้านแม่บ้าน จึงเห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกันว่า ประโยชน ของ หม้อสเตนเลส นั้นอยู่มีมากมาย ส่วนจะมีอะไรบ้าง เรามาดูให้เห็นกันจะๆ ไปเลย

ข้อดีหลายประการของหม้อสเตนเลส

  • ทนความร้อนได้ดี – ไม่ว่าจะใช้กับเตาแก๊ส เตาไฟฟ้า หรือเตาแม่เหล็กไฟฟ้า อุณหภูมิสูงแค่ไหนก็ตาม หม้อสเตนเลส ก็สามารถทนต่อความร้อนได้เป็นอย่างดี ถือเป็นคุณสมบัติโดดเด่นที่เห็นได้ชัด
  • ทนทาน ไม่กะเทาะหรือแตกหักเสียหายง่าย – เมื่อเทียบกับหม้อดิน หม้อพลาสติก หรือหม้อแก้วแล้ว หม้อสเตนเลส ค่อนข้างจะแข็งแรงทนทาน มากกว่าหลายเท่าตัวทีเดียว  
  • ปลอดภัย ไม่เกิดสนิม การใช้หม้อเพื่อประกอบอาหาร หากมีสารตกค้าง ตะกั่วหรือสังกะสี ปนเปื้อนลงสู่อาหาร ระยะยาวแล้วย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพ ซึ่งการใช้หม้อสเตนเลส จะช่วยให้มั่นใจได้ว่า ร่างกายจะปราศจากสารตกค้างเหล่านี้แน่นอน
  • สวยงาม แวววาว – เครื่องครัวที่สวยงาม แวววับ นอกจากจะทำให้เราเพลิดเพลินไปกับการทำอาหารแล้ว ยังถือเป็นเฟอร์นิเจอร์ประดับอีกชิ้นประจำห้องครัวเลยก็ว่าได้ ซึ่งหม้อสเตนเลสก็น่าจะเข้าองค์ประกอบนี้
  • ทำความสะอาดง่าย – เรื่องการเช็ดถู ทำความสะอาดหม้อสเตนเลส ไม่ว่าจะล้างด้วยมือ หรือนำเข้าเครื่องล้างจาน ก็สามารถทำได้อย่างสะดวกดาย คราบอาหารหวานคาวแทบจะไม่มีเหลือตกค้าง

การทำความสะอาดที่ถูกวิธี ควรทำอย่างไร

  • ลอกสติ๊กเกอร์หรือแผ่นป้าย ที่แปะติดอยู่กับตัวหม้อ หากจะลอกออกเลย ก็ค่อนข้างลำบากอยู่ ด้วยความเหนียวหนึบของกาว วิธีการก็ทำได้ง่ายๆ ด้วยการนำหม้อสเตนเลสไปแช่น้ำ ทิ้งไว้สัก 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้กาวสติ๊กเกอร์ลดความเหนียวลง ทีนี้แหละ แทบจะหลุดร่อนออกมาเลยล่ะ
  • การล้างหม้อสเตนเลส – ใช้น้ำยาล้างจานทั่วไป ที่ใช้ล้างถ้วยโถโอชาม ไม่ควรใช้ย่าฆ่าเชื้อในการทำความสะอาดเด็ดขาด
  • ขจัดคราบอาหาร – การใช้หม้อสเตนเลสประกอบอาหารประเภทต้มยำ แกงส้ม หรือแกงไตปลา อาจทิ้งคราบพริกแกง กะทิ สมุนไพร ไว้เป็นที่ระลึก ก่อนล้างทำความสะอาด ก็ให้แช่น้ำทิ้งไว้สักพัก เพื่อให้คราบเหล่านั้นเจือจางลง แล้วค่อยใช้น้ำยาล้างจานขจัดในลำดับต่อไป
  • ลบเลือนคราบหมองหรือรอยดำ – หลังจากล้างหม้อสเตนเลสแล้ว เมื่อสะเด็ดน้ำ ก็ให้ใช้ผ้าสะอาดเนื้อนุ่มๆ หน่อย เช็ดแห้งทันทีเลย ป้องกันคราบน้ำที่จะแห้งเกาะติดเป็นรอย หรือหากพบจุดหมองคล้ำหรือรอยดำ ก็ใช้วัตถุดิบในครัว น้ำส้มสายชูหรือน้ำมะนาว ชุบน้ำกับผ้าแห้งพอหมาดเช็ดถู
  • ข้อควรระวัง – พึงหลีกเลี่ยงการใช้แปรงหรือฝอยขัดหม้อเด็ดขาด เพราะจะทำให้อายุการใช้งานหม้อสเตนเลสสั้นลง แถมยังจะทิ้งร่อยรอยขีดข่วนอีกต่างหาก รวมทั้งไม่ควรใช้กรดไฮโดรคลอริก (HCI) ทำความสะอาด เพราะจะก่อให้เกิดการกัดกร่อนแบบรูเข็ม ทำเอาตัวหม้อเสียหายได้

การทำความสะอาดที่ถูกวิธี ในการใช้ หม้อสเตนเลส ถือเป็นการทะนุถนอมและยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น บางข้อหลายคนอาจจะรู้แล้ว อีกบางข้อก็อาจเผอเรอหลงลืมไป

ก็ให้ถือว่าเรานำเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่มีประโยชน์มาฝาก รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม ก็แล้วกันเนอะ

สเตนเลสมีกี่ชนิดกันนะ?

Posted on Leave a comment
CIR CAS STAINLESS STEEL RANGE ASSORTMENT GLAM 001 JPG

สเตนเลสเป็นสิ่งที่เราเห็นได้ในชีวิตประจำวัน เป็นสารที่ประกอบอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กระทะสเตนเลส หม้อสเตนเลสและมีดสเตนเลส ด้วยคุณสมบัติที่ทนต่อการกัดกร่อนทำให้ไม่เกิดสนิม มีความทนทาน ทำความสะอาดง่ายและมีความสวยงาม วันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักสเตนเลสมากขึ้นว่า มีอยู่ทั้งหมดกี่ประเภท

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักสเตนเลสขั้นพื้นฐานกันก่อน โดยแสตนเลสนั้นถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่เหล็กกล้าไร้สนิม จากการรวมตัวกันของคาร์บอนและเหล็กกล้า ส่วนความสามารถในการทนต่อการกัดกร่อนนั้น เกิดจากการที่มีโครเมียมผสมเป็นหลัก และมีคาร์บอนรวมอยู่ด้วยเล็กน้อย ทำให้เกิดฟิล์มที่ไม่อาจจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเคลือบที่บริเวณผิว โดยฟิล์มนี้มีชื่อว่า ฟิล์มโครเมียมออกไซด์ (CrO2) เป็นเสมือนเกราะที่ปกป้องผิวไว้ ซึ่งฟิล์มนี้เป็นปฏิกริยาที่เกิดขึ้นเองจากการสัมผัสออกซิเจน ทำให้สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้หากถูกแรงกลทำลาย โดยมีการแบ่งสเตนเลสออกเป็น 5 ชนิดตามโตรงสร้าง ดังนี้

ประเภทเฟอร์ริติค (Ferritic)

เหล็กชนิดนี้ประกอบด้วยโครเมียมเป็นส่วนมาก และมีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบน้อยกว่า 0.10% มีโครงสร้างจุลภาคคล้ายกับคาร์บอนและเหล็กกล้าประสมต่ำ เหล็กชนิดนี้มักจะถูกใช้เป็นลักษณะแผ่นบางๆ เพราะมีความทนทานต่ำในการเชื่อม อย่างไรก็ตาม เหล็กชนิดนี้สามารถใช้งานได้ค่อนข้างหลากหลาย สามารถทนความร้อนได้ดี โดยเหล็กที่มีโครเมียมประกอบสูงชนิดนี้สามารถเพิ่มโมลิบดีนัมเข้าไปและใช้ในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างรุนแรง เช่น ในน้ำทะเลได้ นอกจากนั้นยังมีความสามารถในเชิงแม่เหล็ก

ประเภทออสเทนนิติค (Austenitic)

โครงสร้างจุลภาคของสเตนเลสชนิดนี้มาจากการเพิ่มนิกเกิล แมงกานีสและไนโตรเจนเข้ามา ซึ่งมีโครงสร้างการเกิดคล้ายกับเหล็กทั่วไปที่อุณหภูมิสูงกว่ามาก ทำให้เหล็กชนิดนี้มีคุณสมบัติเฉพาะตัว โดยการผสมกันกับความสามารถในการเชื่อมและความสามารถในการขึ้นรูป แต่มีความสามารถในการดูดแม่เหล็กต่ำ สามารถทนต่อการกัดกร่อนได้จากการเพิ่มโครเมียมเข้าไปและไม่อาจทำให้แข็งตัวได้โดยใช้ความร้อน แต่มีคุณสมบัติพิเศษคือมีความทนทานสูงและสามารถขึ้นรูปให้เป็นแผ่นบางๆ ได้ สามารถเพิ่มนิกเกิลเข้าไปเพื่อประสิทธิภาพในการทนต่อการกัดกร่อน ซึ่งเหล็กชนิดนี้ถูกนำมาใช้ในการทำอุปกรณ์ครัวอย่างกระทะสเตนเลสและหม้อสเตนเลส

ประเภทมาร์เทนซิติค (Martensitic)

สเตนเลสชนิดนี้มีความคล้ายกับเหล็กประเภทเฟอร์ริติค (Ferritic) คือ มีส่วนประกอบหลักเป็นโครเมี่ยม แต่มีคาร์บอนมากกว่าที่  1% ทำให้มีความทนทานและแข็งแกร่งเหมือนกับคาร์บอนและเหล็กกล้าประสมต่ำ สามารถใช้ในงานที่ต้องการความแข็งแรงทนทานของสเตนเลสสูงและสภาพแวดล้อมที่ไม่ก่อให้เกิดสนิมมากนัก นิยมนำไปขึ้นรูปเป็นแท่งยาวๆ มากกว่าจะนำไปขึ้นรูปเป็นแผ่นบางๆ ในการใช้งาน เช่น นำมาทำเป็น มีดสเตนเลส

ประเภทดูเพล็กซ์ (Duplex)

สเตนเลสชนิดนี้มีโครงสร้างจุลภาคที่เป็นสเตนเลสแบบ เฟอร์ริติค (Ferritic) และออสเทนนิติค (Austenitic) อย่างละ 50% ทำให้มีความแข็งแกร่งมากกว่าเหล็กทั้งสองชนิดผสมกัน อีกทั้งยังมีความทนต่อการกัดกร่อนสูงมากกว่าสเตนเลสชนิดอื่น และคุณสมบัติอื่นๆ เช่นความสามารถในการเชื่อม ขึ้นรูปที่ค่อนข้างดี และความสามารถเชิงดึงดูดแม่เหล็ก

ประเภทเพิ่มความแข็งโดยการตกผลึก (Precipitation hardening)

สเตนเลสประเภทนี้สามารถเพิ่มความแข็งแรงทนทานได้สูงโดยการเพิ่มส่วนประกอบอื่นๆ เข้าไปเช่น คอปเปอร์ นิโอเบียมและอลูมิเนียม และหากใช้การบ่มที่เหมาะสมด้วยความร้อน ก็จะช่วยทำให้สเตนเลสชนิดนี้แข็งแรงและทนทานมากขึ้น สามารถขึ้นรูปได้หลายรูปแบบที่ซับซ้อน มีคุณสมบัติเด่นตรงที่สามารถชุบแข็งได้ในคราวเดียว และมีความทนต่อการกัดกร่อนในระดับปกติ

ทั้งนี้ เหล็กสเตนเลสแต่ละประเภทก็เหมาะสำหรับการใช้งานที่แตกต่างกันไป ด้วยคุณสมบัติพิเศษทำให้สเตนเลสถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในทุกๆ อุตสาหกรรม แต่สำหรับผู้ที่ต้องการจะใช้เครื่องครัวที่เป็นสเตนเลส สิ่งเดียวที่ต้องระวัง ก็คือ การรักษาไม่ให้มีรอยขีดข่วนรุนแรงที่อาจจะทำให้โลหะซึมเข้าไปในอาหาร

หรือใช้สเตนเลสที่มีคุณภาพสูงเท่านั้น เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากโลหะดังกล่าวนั่นเอง

เมนูน่าอร่อย ทำง่ายๆ ในไมโครเวฟ

Posted on Leave a comment
pressure cooker 960x675 1

เมนูอาหารที่สามารถปรุงได้โดยใช้เพียงไมโครเวฟ และตัวช่วยที่เป็นเคล็ดลับทำให้การประกอบอาหารง่ายขึ้นอย่าง หม้ออัดแรงดันไมโครเวฟ ที่นอกจากจะมีวิธีทำไม่ซับซ้อน มีรสชาติอร่อยแล้ว ยังสามารถประหยัดเวลาในการเข้าครัวของคุณได้มากขึ้นอีกด้วย

ด้วยเทคโนโลยีของอุปกรณ์เครื่องใช้มากมายที่ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน ไมโครเวฟเองก็เป็นหนึ่งในเครื่องครัวช่วยให้การปรุงอาหารง่ายขึ้น และยิ่งหากใช้งานร่วมกับ หม้ออัดแรงกันไมโครเวฟ ที่สามารถใส่เข้าไปในไมโครเวฟได้อย่างปลอดภัยและมีกลไกที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดขั้นตอนการปรุงและสามารถลดการระเหยความชื้นของอาหารได้ ทำให้อาหารรสชาติดีจนคนที่ได้รับประทานต้องติดใจ และเรามีเมนูอาหารน่าอร่อย ทำได้โดยใช้ไมโครเวฟมาฝากให้ลองทำตามกันดู

 

อบอุ่นร่างกายและฟื้นฟูสุขภาพด้วย ‘ซุปมันหวาน’

เมนูซุปมันหวานแสนอร่อย ทำได้ไม่ยากและเหมาะสำหรับผู้ทานมังสวิรัติ โดยเริ่มจากนำมันหวานปอกเปลือกลูกเต๋าขนาด 1 นิ้ว น้ำต้มผัก 4 ถ้วย หัวหอมสับละเอียด 1 หัว โรสแมรี่และเกลืออย่างละ 1 ช้อนชา ใส่ลงไปใน หม้ออัดแรงดันไมโครเวฟ จากนั้นก็ปิดฝาและใส่ไว้ในไมโครเวฟ ใช้ความร้อนสูงสุดเป็นเวลา 30 นาที เอาออกจากไมโครเวฟ เลือกปล่อยแรงดันให้ไหลออกมาตามปกติประมาณ 10 – 15 นาที จากนั้นก็นำส่วนผสมทั้งหมดไปปั่นให้ละเอียด สามารถเติมครีมเปรี้ยวหรือพาร์เมซานและถั่ววอลนัตอบลงไปตามใจชอบ หลังจากปั่นเสร็จแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการจัดเสิร์ฟ

‘ชีสเบอร์เกอร์พาสต้า’ เมนูแปลกใหม่เอาใจคนรักชีสที่น่าลิ้มลอง

เมนูแสนอร่อยที่เต็มไปด้วยพลังงาน เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้พลังงานเยอะและชอบชีสเป็นชีวิตจิตใจ เริ่มจากนำมะกะโรนีและเนื้อบด 225 กรัม (เลือกที่มีไขมันผสม 20% เพื่อความอร่อยและนุ่มลิ้น) หัวหอมสับ 1 หัว ซอสปรุงรส ¼ ถ้วย  มัสตาร์ดและแตงกวาดองบดละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ น้ำสตอคเนื้อ 1 ถ้วยครึ่ง เกลือโครเชอร์ครึ่งช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่มีใช้เกลือปกติได้ ปรุงรสตามใจชอบ) ใสเข้าไปใน หม้ออัดแรงดันไมโครเวฟ แล้วคนอีกเล็กน้อยเพื่อให้ตัวมะกะโรนีจุ่มน้ำสตอคจนชุ่ม หรือหากไม่เป็นเช่นนั้น สามารถเติมน้ำสตอคตามความเหมาะสมได้ ปิดฝาหม้อและใส่เข้าไปในไมโครเวฟในความร้อนสูงสุด เป็นเวลา 15 นาที จากนั้นเอาออกมาและปล่อยแรงดันปกติประมาณ 5 นาที คนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดีอีกครั้งและโรยชีสไว้บนหน้าเพื่อจัดเสิร์ฟ

‘แกงกระหรี่ไก่’ เมนูเผ็ดร้อนซู่ซ่าที่ใครๆ ก็ต้องชอบ

นำเนื้ออกไก่ไร้หนังและกระดูก 1 กิโลกรัม น้ำกระทิ 400 กรัม พริกแกง 2 ช้อนโต๊ะ พริกป่น หัวหอมสับ 1 หัว เกาลัด 140 กรัม เกลือโครเชอร์ 1 ช้อนชา (หากไม่มีใช้เกลือปกติ ปรุงรสตามใจชอบ) ใส่ลงไปใน หม้ออัดแรงดันไมโครเวฟโดยให้เนื้อไก่แช่ลงไปในน้ำกะทิ จากนั้นก็ปิดหม้อและใส่เข้าไปในไมโครเวฟ ใช้ความร้อนสูงสุดเป็นเวลา 20 นาที จากนั้นก็เอาออกมา ปล่อยแรงดันให้ไหลตามปกติเป็นเวลา 10 นาที ขั้นตอนต่อมาเอาไก่ออกมาเพื่อสับเป็นชิ้นเหมาะสำหรับเสิร์ฟ และใส่ถั่วลันเตา 225 กรัม ลงไปในหม้อและปิดฝาเพื่อให้ความร้อนค่อยๆ ทำให้ถั่วลันเตาสุกอย่างพอเหมาะ จากนั้นก็นำไก่ที่สับไว้ใส่ลงไปในน้ำซุปและจัดเสิร์ฟ

เมนูเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่สามารถทำได้โดยใช้ หม้ออัดแรงดันไมโครเวฟ ซึ่งจะทำให้อาหารอร่อยและมีความชุ่มฉ่ำจนไม่น่าเชื่อว่าทำจากไมโครเวฟเลยล่ะ โดยเมนูทั้งหมดเหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาน้อยหรือผู้ที่เพิ่งฝึกทำอาหารใหม่ๆ

รับรองว่าจะถูกใจทั้งตัวคุณและผู้อื่นอย่างแน่นอน ลองทำรับประทานกันดูนะคะ

รู้จักกันไหม ‘หม้ออัดแรงดันไมโครเวฟ’ จะทำให้การทำอาหารเป็นเรื่องง่าย

Posted on Leave a comment
pressure cooker

ไมโครเวฟ เป็นเครื่องครัวชิ้นสำคัญในการประกอบอาหารของใครหลายคน โดยเฉพาะคนเมืองผู้พักอาศัยในอพาร์ทเมนต์หรือคอนโด ที่ส่วนใหญ่จะมีข้อห้ามการใช้แก๊สหุงต้ม เพราะเกรงในเรื่องความปลอดภัย

จะต้มมาม่า ไข่ตุ๋น อุ่นกับข้าว ทำหมูอบ ฯลฯ ล้วนแต่ต้องพึ่งพาไมโครเวฟกันทั้งนั้น

แต่การหุงหาอาหารกับเครื่องครัวชนิดนี้ ก็มีข้อพึงระวังเรื่องการใช้ “ภาชนะ” เช่นกัน หากใส่อาหารไว้ในจานกระเบื้องเซรามิค หรือแก้ว ก็ถือว่าใช้ได้ ตรงกันข้ามหากเป็นภาชนะจำพวก พลาสติก โฟม กระดาษ หรือโลหะ แล้วละก็ สมควรต้องละเว้น

แม้จะรับรู้ถึงข้อควรปฏิบัติดังกล่าว แต่ด้วยความหิวจนตาลาย บางทีก็เผลอไผล จับยัดภาชนะห่อหุ้มอาหารต้องห้ามเหล่านั้น เพื่ออุ่น-อบ ไปแบบรีบๆ เร่งๆ มารู้ตัวอีกที เมื่อเสียงสัญญาณดังขึ้น เปิดออกมา ก็แทบผงะ! เพราะภาชนะหลอมละลายไปกับอาหาร กินก็ไม่ได้ แถมยังจะส่งผลเสียกับไมโครเวฟเข้าไปอีก

คงจะดีไม่น้อย หากมีภาชนะที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้แบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งอุปกรณ์ที่ว่านี้ เรากล้าการันตีได้เลยว่า เป็นภาชนะนวัตกรรมใหม่ ทั้งในด้านคุณสมบัติและประโยชน์ใช้งาน นั่นก็คือ หม้ออัดแรงดันไมโครเวฟ

 

หม้ออัดแรงดันไมโครเวฟ หรือ Microwave Pressure Cooker ดูรูปลักษณ์ภายนอกอาจจะยังมองไม่ออกว่า มีความพิเศษและแตกต่างกว่าหม้อชนิดอื่นอย่างไร เอาล่ะ เรามาทำความรู้จักอย่างละเอียดกันเลยดีกว่า

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า เป็น หม้ออัดแรงดันไมโครเวฟ หมายความว่า สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้แบบสบายๆ และไม่ต้องกังวลด้วยว่าตัวหม้อที่เป็นพลาสติก จะก่อให้เกิดอันตรายแต่อย่างใด เพราะผลิตมาจากพลาสติกคุณภาพสูง Polypropylene ซึ่งเป็นวัสดุสำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์ใส่อาหาร ทนความร้อนสูง และไม่มีโลหะเจือปน

ขณะเดียวกัน ยังทำงานด้วยแรงดันในระบบปิด มีวาล์วนิรภัยระบายแรงดันจากภายใน 2 ตำแหน่ง ทำให้เกิดความปลอดภัยสูง เรียกว่าติดตั้งระบบเซฟตี้แบบดับเบิ้ลกันเลยทีเดียว

 

คุณสมบัติสำคัญ ของ หม้ออัดแรงดันไมโครเวฟ นั้น เมื่อใส่อาหารลงไป แล้วนำเข้าไมโครเวฟ จะช่วยในเรื่องการกระจายความร้อนได้ดี มีการระเหยและสูญเสียน้ำน้อย จึงรักษาและคงรสชาติอาหารให้อร่อยยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังจะทำให้อาหารสุกได้รวดเร็ว ทันใจ มากกว่าเดิม นั่นเท่ากับว่า จะช่วยลดเวลาในการทำอาหารลง อีกทั้งช่วยในเรื่องการประหยัดพลังงานไฟฟ้าจากการใช้ไมโครเวฟได้อีกทาง

ทีนี้มาดูเรื่อง ประโยชน์ใช้งาน ของ หม้ออัดแรงดันไมโครเวฟ กันว่าใช้ทำอะไรได้บ้าง โดยนอกจากตัวหม้อแล้ว ก็จะมีอุปกรณ์เสริมหลักๆ ประกอบด้วย ช่องประกอบอาหาร 2 ชิ้น และแผ่นรองสำหรับนึ่งอีก 1 ชิ้น  

อุปกรณ์เหล่านี้ สามารถปรับประยุกต์ใช้งานได้ทั้งหมด จะใช้เพียง ตัวหม้อ ในการผสม ปรุง คลุกเคล้า วัตถุดิบต่างๆ หรือแม้แต่จะหุงข้าว แค่ใส่น้ำลงไปพอประมาณ แล้วนำเข้าไมโครเวฟ ไม่เกิน 15 นาที ก็ได้ข้าวสวยเรียงเม็ดงามๆแบบขึ้นหม้อแล้ว  หรือจะเปลี่ยนมานึ่งข้าวเหนียวกิน ก็นำข้าวเหนียวใส่ถ้วยหรือชาม ตามด้วย แผ่นรองนึ่ง กั้นไว้ตรงกลางหม้อ ใส่น้ำสักครึ่งค่อนหม้อ ไม่ช้าไม่นาน ข้าวเหนียวร้อนๆ หอมฉุยก็พร้อมเสริฟ  ส่วน ช่องประกอบอาหารหรือชั้นแยก ก็เพื่อการปรุงอาหารได้หลายชนิด ในเวลาเดียวกัน ทำให้ลดขั้นตอนและเวลาในการประกอบอาหาร

 

หม้ออัดแรงดันไมโครเวฟ ที่นิยม จะมี 2 ขนาด คือ ขนาด 2.2 ลิตร และ 3.25 ลิตร (ขนาดช่องใส่อาหารภายในขั้นต่ำมีความยาว 11.85 นิ้วและความกว้าง 11.85 นิ้ว และมีความสูงขั้นต่ำเหนือกว่าถาด 6.30 นิ้ว)

ด้วยคุณสมบัติและประโยชน์ใช้งานที่หลากหลายของ หม้ออัดแรงดันไมโครเวฟ ที่ได้รับมาตรฐานการรับรองจากสหภาพยุโรป (EU) ทั้งยังขายดีเทน้ำเทท่าที่ญี่ปุ่น อเมริกา เยอรมัน และยุโรปอีกหลายประเทศนั้น

ไว้ครั้งหน้า เราจะมาเฉลยให้เห็นว่าเหตุใด หม้ออัดแรงดันไมโครเวฟ จึงฮอตฮิตติดตลาดโลก ถูกใจกลุ่มผู้ใช้วงกว้างได้มากมายถึงเพียงนี้ โดยเฉพาะ ประโยชน์ใช้สอยแบบ 5 in 1 “หุง-นึ่ง-ต้ม-ตุ๋น-อบ” ในการสร้างสรรค์เมนูอาหาร

อยู่บ้านก็ทำปิ้งย่างทานเองได้ ใช้แค่กระทะ

Posted on Leave a comment
10868GT CIR CAU 28CM SQUARE GRILL GLAM 001 JPG 1

อยู่บ้านก็ทำปิ้งย่างทานเองได้ ใช้แค่กระทะ

ร้านอาหารประเภทบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง หมู เนื้อ ไก่ กุ้งหอยปูปลา เมนูนำเข้า ฯลฯ หลายๆแห่ง ทั้งขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ ตั้งอยู่ริมถนน ตรอกซอกซอย หรือขึ้นห้างระดับใดก็ตาม ยังคงได้การตอบรับจากผู้บริโภค มากบ้างน้อยบ้างต่างกันไป

เพราะต้องยอมรับว่า การทานอาหารปิ้งย่างนั้น ค่อนข้างมีเสน่ห์ นอกจากจะให้ความอิ่ม อร่อย และสนุกสนาน ไปกับการคีบตะเกียบ ปิ้งหมู ย่างเนื้อ พลิกไปพลิกมา เพื่อไม่ให้ไหม้เกรียมจนเกินไปแล้ว บรรยากาศ ผู้คน และการนำเสนอเมนูบุฟเฟต์แบบไม่อั้นของแต่ละร้าน เหล่านี้ก็ล้วนเพิ่มอรรถรสและความเพลิดเพลินให้กับการกินอยู่ไม่น้อยทีเดียว

เชื่อว่าหลายคนคงมีประสบการณ์ ได้ไปทานร้านบุฟเฟต์สไตล์ไทยๆ เกาหลี ญี่ปุ่น หรือนานาชาติ กันมาบ้างพอควร ส่วนสิ่งที่ได้รับกลับมา ทั้งเรื่องความอร่อย สด สะอาด ความคุ้มค่า หรืองานบริการนั้น แต่ละคนก็น่าจะให้คะแนนและติดดาว จะกี่ดวงก็ว่ากันไป

เป็นเรื่องปกติที่เราไม่สามารถได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม..

แต่หากอยากได้ทุกสิ่งอย่างตามที่ใจปรารถนา โดยเฉพาะเรื่องการทานอาหารปิ้งย่างให้ถึงใจแบบสุดๆแล้วละก็ เราขอแนะนำให้รีบไปซื้อหา กระทะปิ้งย่าง มาไว้ใช้เองเป็นการด่วนเลย!

โปรโมชั่นจัดไม่เต็ม กุ้งตัวเล็ก หมูเนื้อไก่ไม่สด ผักที่ชอบหมด ฯลฯ สารพันปัญหาที่พบเจอบ่อยครั้ง นำมาซึ่งอารมณ์ขุ่นมัวเหล่านี้ จะได้หมดสิ้นไปเสียที

ใครบางคนอาจจะฉงน? เพราะคุ้นเคยแต่การใช้กระทะไปแค่การผัด คั่ว หรือทอด อ้าว! แล้วนี่จะนำกระทะมาปิ้งย่างได้กระนั้นหรือ

ที่พูดไปไม่ผิดเพี้ยนแน่นอน มีกระทะสำหรับใช้เพื่อการนี้เป็นการเฉพาะ ชื่อที่ใช้เรียกกันก็ตามนี้ กระทะปิ้งย่าง

โดยที่มีวางจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป ตามชอป หรือห้างสรรพสินค้า ก็จะมีทั้งแบบทองเหลือง อลูมิเนียม แต่ถ้าจะให้ดีควรเลือกใช้ กระทะเคลือบเทฟล่อน

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า กระทะปิ้งย่างเทฟล่อน ยี่ห้อไหนดีไม่ดี มีคุณภาพ มาตรฐานสูง ซึ่งก็มีข้อควรพิจารณาอยู่ 4-5 ข้อ เท่านั้น

ความหนา – ไม่ว่าจะเป็นกระทะปิ้งย่างเทฟล่อน รูปทรงกลมหรือทรงเหลี่ยม ขนาดความกว้างตั้งแต่ 20-30 ซม. แค่จับดูก็จะรู้ได้ทันทีถึงความหนาบาง ซึ่งขนาดความหนาที่เหมาะสม ควรอยู่ในระดับ 2.0 – 3.0 มม. เพื่อให้มั่นใจถึงความแข็งแรง ทนทาน และการกระจายความร้อนได้ทั่วถึง รวดเร็ว

สารเคลือบผิวลื่น – หรือก็คือเทฟล่อนนั่นเอง ยิ่งถ้าหากเป็น Teflon Classic หรือ Teflon Platinum ก็ยิ่งดีใหญ่ เพราะทนต่อการขีดข่วน ทั้งยังคงความลื่นยาวนานกว่ากระทะเคลือบผิวลื่นทั่วไป

ด้ามจับ – อย่าคิดว่าไม่สำคัญเชียวนะในส่วนนี้ วัสดุที่ใช้ ยึดเกาะกับตัวกระทะแน่นหนา ทนไม้ทนมือหรือไม่ จะเป็นด้ามจับแบบสแตนเลสสตีล ก็ต้องเป็นของดี มีคุณภาพ หรือด้ามจับแบบ ฟิโนลิค (Phenolic) ที่ห่อหุ้มซิลิโคน ก็จะยิ่งช่วยให้นุ่มมือ จับกระชับ ถนัดถนี่ต่อการใช้งานดียิ่งขึ้น

เตาที่ใช้ – กระทะปิ้งย่างเทฟล่อนที่ดี ควรใช้ได้กับทั้งเตาถ่าน เตาแก๊ส หรือเตาไฟฟ้า เพื่อความหลากหลายของวัตถุประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกันไป

การทำความสะอาด – ขั้นตอนสุดท้ายของการกิน ซึ่งเป็นสิ่งไม่น่าอภิรมย์ของใครหลายคน ก็คือ การล้างทำความสะอาด คราบเลอะเทอะ เศษเนื้อเศษผัก และไขมัน ที่ผ่านการปิ้งย่างในกระทะ เมื่อถึงเวลาต้องขัดถูแล้ว ล้างออกยากง่ายเพียงใด

เมื่อรู้ข้อมูลลึก แต่ไม่ลับ ดังที่บอกไปแล้ว ก็ถึงเวลาชวนพรรคพวกเพื่อนฝูงมาสังสรรค์ ทำอาหารปิ้งย่างบาร์บีคิวทานกันที่บ้าน เปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ดี

แล้วอย่าลืม อวดของดี “กระทะเทฟล่อนปิ้งย่าง” ใบนั้น ที่เพิ่งซื้อมาด้วยล่ะ.

เมนูคลีนโดนใจ

Posted on Leave a comment
81111 ANO AFH 11pc set 3qt cov sautepan Side Panel Moonstone Glam MIL TIF

เมนูคลีนโดนใจ

อาหารคลีน หรือ Clean Food ยังคงเป็นที่โปรดปรานของผู้คนจำนวนไม่น้อย กลุ่มวัยรุ่น หนุ่มสาว วัยกลางคน ไปจนถึงผู้สูงวัย ครอบคลุมทั้งชายหญิง

เรียกได้ว่า แทบทุกเพศวัย โดยเฉพาะกลุ่มคนรักสุขภาพ ล้วนแต่เป็น “สายคลีน” กันทั้งนั้น

แม้การบริโภคอาหารคลีน อาจจำเป็นต้องเลือกสรร ระมัดระวัง และใส่ใจในรายละเอียดอยู่บ้าง เช่น การเลือกทานข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ แทนข้าวหอมหรือข้าวขาวที่ผ่านการขัดสี ทานเฉพาะพืชผักผลไม้อินทรีย์ ปลอดสารพิษ รวมถึงตัดทอนเครื่องปรุงรส น้ำตาล น้ำปลา ซอสต่างๆ ผงชูรส หรือน้ำมันพืช ที่คุ้นชินทิ้งไป เพื่อการลด  “เปรี้ยว –  หวาน – มัน – เค็ม” แต่ร่างกายยังคงได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่

และอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่สายคลีนต่างต้องมีติดครัว ประหนึ่งอาวุธคู่กาย นั่นก็คือ กระทะเคลือบ หรือ กระทะเทฟล่อน ด้วยคุณสมบัติพิเศษเป็น กระทะที่แทบจะไม่ต้องไม่ใช้น้ำมัน ก็สามารถปรุงอาหารได้ตามที่ต้องการ

ไหนๆ ก็เป็นพวกเดียวกันแล้ว เราจึงอยากจะแบ่งปันเมนูคลีนทั้ง 3 มื้อ ใน 1 วัน ที่สามารถลงมือทำเองได้แบบง่ายๆ ในลักษณะ Less is More ใช้วัตถุดิบและเครื่องปรุงน้อยแต่มากด้วยคุณค่าทางโภชนาการ…

มื้อเช้า – แซนวิชอกไก่ + ไข่ดาว + นมพร่องมันเนยหรือเพลนโยเกิร์ต

ทุกคนทราบกันดี มื้อเช้าสำคัญที่สุด แต่หลายคนก็ไม่ค่อยมีเวลา เพราะต้องรีบออกไปทำงานแต่เช้าตรู่ เมนูที่แนะนำก็เชื่อว่าน่าจะใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง กับการต้มอกไก่ใส่เกลือเล็กน้อยสัก 5 นาที ผักก็เลือกเอาตามชอบ ผักกาดแก้ว หอมหัวใหญ่ แตงกวา มะเขือเทศ ฯลฯ ส่วนขนมปังโฮลวีต หากไม่มีเครื่องปิ้ง ก็ใช้การกริลล์ลงไปใน กระทะเทฟล่อน พลิกหน้า-หลัง 3-4 รอบ พอให้เกรียมหน่อยก็ใช้ได้แล้ว ต่อด้วยการทอดไข่ดาวแบบไม่ต้องใช้น้ำมันไปกับกระทะใบเดิมอีกที จากนั้นก็ปาดมายองเนสแบบโลว์แคลอรี่ลงบนแผ่นขนมปัง นำผักต่างๆมารองทับ จะฉีกหรือหั่นอกไก่ก็ตามสะดวก โปะไข่ดาวไว้ชั้นบนสุด และประกบด้วยแผ่นขนมปังอีกชิ้น แค่นี้ก็เป็นอันแล้วเสร็จ จะทานที่บ้านหรือบนรถก็ได้ตามอัธยาศัย

มื้อกลางวัน – ผัดกะเพราเต้าหู้ + ผักเคียง

ผัดกะเพราอาจดูเหมือนเมนูสิ้นคิด แต่ก็เป็นของโปรดของใครหลายคน ยิ่งหากใช้เต้าหู้ก้อนสีขาวขุ่น อาหารคลาสสิกของชนชาติจีนที่มีมากว่าพันปี มาเป็นวัตถุดิบด้วยแล้ว คุณค่าจากสารอาหารจึงมากันครบ ให้โปรตีน วิตามินสูง แถมคาร์โบไฮเดรตต่ำ เหมาะกับสายคลีนดีนักแล ส่วนวิธีการทำนั้นก็แสนง่าย โขลกพริก กระเทียม เตรียมใบกะเพรา ซอยถั่วฝักยาว หอมหัวใหญ่ไว้ให้พร้อม เต้าหู้ก้อนก็ผ่าครึ่ง หั่นเป็นลูกเต๋า ขนาดเล็กกลางใหญ่แค่ไหนก็ตามแต่ จะเพิ่มหมูบดออร์แกนิคอีกอย่างด้วยก็ได้ เช่นเดียวกับผักเคียง แครอท บล็อกคอรี่ หน่อไม้ฝรั่ง ฯลฯ ก็หั่นซอยตระเตรียมไว้ เมื่อ กระทะเทฟล่อน เริ่มร้อนได้ที่ ก็กริลล์ผักลงไปก่อน แล้วตามด้วยผัดกะเพรา ใส่เพียงเกลือหรือซีอิ้วขาวโลว์โซเดียม น้ำมันรำข้าวอีกเล็กน้อย เพียงเท่านี้ ก็ได้มื้อเที่ยงสุดแสนอร่อยแล้ว

มื้อเย็น – ปลาทับทิมสมุนไพร + สลัดผัก

เมนูนี้ถือว่าถูกตามหลักโภชนาการ เพราะมื้อเย็นร่างกายไม่ต้องการพลังงานมากนัก ที่เลือกปลาทับทิมแทนปลานิล เพราะเนื้อปลาจะแข็งกรุบกรอบมากกว่า เมื่อนำมาทอด ดังที่ทราบว่าการทานปลา นอกจากจะย่อยง่ายแล้ว ยังให้โปรตีน วิตามินบี วิตามินดี ที่สำคัญคือไขมันน้อย ไม่ต่างจากการทานสลัดผักและผลไม้ มาถึงขั้นตอนลงมือทำ ให้แล่เนื้อปลาทั้งสองด้าน ตัดก้างทิ้งไป แล้วบั้งออกเป็นชิ้นๆ พอคำ เพื่อทานสะดวกและง่ายต่อการนำไปทอด ส่วนสมุนไพรหลักๆ ก็ให้โขลกกระเทียม ตะไคร้ รากผักชี พริกไทดำ ใส่เกลือลงไปสักนิด จากนั้นก็นำมาคลุกเคล้ากับเนื้อปลา แล้วก็นำไปทอดใน กระทะเทฟล่อน ใบนั้นนั่นแหละ เมื่อเนื้อปลาเริ่มออกสีเหลืองทอง สุกได้ที่แล้ว ก็นำใบมะกรูดทอดให้กรอบ โรยหน้า แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อย

เราขอจะย้ำอีกครั้งว่า การปรุงอาหารทั้ง 3 เมนูดังกล่าวนี้ ใช้น้ำมันน้อยมากๆ! เพราะอย่างที่บอกกระทะเทฟล่อนไม่ต้องง้อน้ำมันปริมาณมากมาย ก็ได้อาหารอร่อย อุดมไปด้วยคุณภาพ นอกจากนี้ ควรเลือกกระทะเทฟล่อนที่มีคุณภาพสูง เพราะทำให้มั่นใจได้ว่า ปลอดภัยต่อสุขภาพของเราทุกคนอีกด้วย     

มีเพียง “กระทะเทฟล่อน” ใบเดียวนี่แหละ ก็สามารถสร้างสรรค์เมนูคลีนแบบ Easy Cooking ที่ให้ทั้งความอิ่ม อร่อย อุดมด้วยแร่ธาตุทางอาหารแล้ว.

5 ทิปส์เลือกซื้อ ‘กระทะ’ เข้าบ้านต้อนรับปีใหม่

Posted on Leave a comment
pans 1

5 ทิปส์เลือกซื้อ ‘กระทะ’ เข้าบ้านต้อนรับปีใหม่

 

ตลอดเดือนมกราคมไปจนถึงวันตรุษจีน ซึ่งปีนี้ตามรอบปีปฏิทินจันทรคติ ตรงกับวันที่ 5 กุมภาพันธ์นั้น ระยะนี้ก็ถือว่ายังเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ ต้อนรับปี “หมูทอง” กันอยู่

เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ของคนทุกชนชาติ ไม่ว่าจะเป็นไทย จีน หรือฝรั่ง ปีใหม่ทั้งที ก็ต้องหาสิ่งดีๆ สิ่งใหม่ๆ ให้กับตัวเอง ครอบครัว หรือคนที่รัก

ใครหลายคนชอบเข้าวัด ทำบุญใส่บาตร เป็นศิริมงคล บางคนอาจมุ่งมั่นตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ตื่นเช้าขึ้น ขยันมากขึ้น หรือจะออกกำลังกายเป็นกิจวัตร อีกบางคนก็อาจจะหาซื้อกระเช้า ของชำร่วย วัสดุอุปกรณ์ หรือเครื่องใช้ภายในบ้าน มอบเป็นของขวัญให้กับตัวเองหรือบุคคลอื่น

หนึ่งในของขวัญที่ถูกใจผู้ให้และผู้รับเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ ชุดเครื่องครัว โดยเฉพาะ “กระทะ”  นี่แหละ

แล้วเหตุใดกระทะ ที่ใช้ผัด คั่ว หรือทอด เครื่องครัวพื้นฐานสำหรับทุกครัวเรือน จึงสามารถสร้างความพึงใจได้มากขนาดนั้นเชียวหรือ?

เรื่องนี้จริงแท้แน่นอน ซึ่งเราก็มี 5 ทิปส์ลับดีๆ แนะนำเพิ่มเติม ในการพิจารณาเลือกซื้อกระทะให้เหมาะกับความต้องการของผู้ใช้มากที่สุด

  1. รูปทรงกระทะ

กระทะก็เหมือนเครื่องครัวชนิดอื่นๆ ที่จะมีการพัฒนาปรับปรุงตัวสินค้าอยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์การประกอบอาหารของยุคสมัย  ที่เห็นได้ชัด นั่นก็คือ รูปทรง ซึ่งในปัจจุบันจะมีอยู่ด้วยกัน 3  รูปแบบหลักๆ 1) กระทะทรงตื้น เหมาะสำหรับปรุงอาหารแบบผัดหรือคั่วเป็นหลัก 2) กระทะทรงลึก ความต่างจะอยู่ที่ความลึกของก้นกระทะ เหมาะกับทำข้าวผัด ข้าวคลุกกะปิ หรือผัดอาหารปริมาณมาก ฯลฯ และ 3) กระทะปิ้งย่าง มีทั้งแบบทรงกลมและทรงเหลี่ยม ซึ่งก้นกระทะจะถูกดีไซน์ให้มีความนูนต่ำ ไม่แบนเรียบเหมือนกับกระทะ 2 แบบแรก

  1. ประเภทของกระทะ

กระทะที่มีจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป จะมีอยู่ 3 ประเภท หลักเช่นกัน แบ่งออกเป็น 1) กระทะเหล็ก/กระทะทองแดง จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งกระทะทองแดงส่วนใหญ่จะนิยมนำมาใช้ทำขนมหวาน ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง หรือใช้ตุ๋นอาหาร หมูตุ๋นหรือเนื้อตุ๋น ด้วยคุณสมบัติของกระทะที่กระจายความร้อนได้ทั่วถึง สม่ำเสมอ 2) กระทะสแตนเลส ความต่างจะอยู่ที่ความหนาบางของสแตนเลสเป็นสำคัญ กระทะแบบนี้มีความคงทน สวยงาม ยิ่งยี่ห้อใดขัดเงาด้วยแล้ว จะเงางามเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ยังทำความสะอาดง่าย แถมยังสามารถนำเข้าเครื่องล้างจานได้อีกต่างหาก และ 3) กระทะแบบเคลือบพอร์ชแลนหรือเคลือบเทฟล่อน โดยเฉพาะกระทะเทฟล่อน ค่อนข้างได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ด้วยคุณสมบัติโดดเด่นหลายประการ ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมัน อาหารไม่ติดกระทะ เคลือบเทฟล่อนหลายชั้น ไม่มีสารตกค้างก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ฯลฯ

  1. เตาที่ใช้

จริงอยู่ที่ในปัจจุบันเตาถ่าน ซึ่งเป็นเตาหุงต้มแบบดั้งเดิม จะถูกแทนที่ด้วยเตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้ากันเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ต้องไม่ปฏิเสธว่า ในพื้นที่ต่างจังหวัดบางแห่ง หรือแม้แต่การประกอบอาหารบางชนิดก็ยังนิยมปรุงอาหารด้วยเตาถ่านกันอยู่ โดยเฉพาะการปิ้ง ย่าง ที่เตาถ่านจะให้รสชาติอาหารที่หอม กลมกล่อมกว่า และหากเรามีกระทะที่สามารถใช้ได้ทั้งกับ เตาถ่าน เตาแก๊ส เตาไฟฟ้า หรือแม้แต่เตาแม่เหล็กไฟฟ้า ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี

  1. ลักษณะการใช้งาน

กระทะที่จะนำไปใช้ แน่นอนว่าย่อมต้องคำนึงถึงการใช้งานเป็นอันดับแรก จะ ใช้ในครัวเรือนหรือเชิงพาณิชย์ ล่ะ? หากใช้เฉพาะที่บ้านเท่านั้น การจะปรุง ผัด ทอด หรือคั่ว ก็ควรพิจารณาเลือกใช้กระทะตามที่ได้กล่าวไป กรณีใช้ในเชิงพาณิชย์ ร้านอาหารหรือครัวแบบเปิด การเลือกกระทะย่อมต้องพิถีพิถันมากหน่อย เปิดร้านไข่กระทะ ก็ต้องใช้เครื่องครัวสแตนเลสเป็นหลัก หรือทำร้านเป็นครัวแบบโอเพ่น กระทะเคลือบพอร์ชแลนหรือเชฟล่อน ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ เพราะเรื่องการประกอบอาหารเป็นศาสตร์และศิลป์ วัตถุดิบ สูตรการปรุง วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ ฯลฯ ล้วนแต่เป็นองค์ประกอบ ทำให้รสชาติอาหารอร่อย สีสันสวยงาม และน่ารับประทานทั้งสิ้น

  1. คุณภาพ/มาตรฐาน

ความหมายของกระทะแบบเดียวกันแต่ไม่เหมือนกัน จะอยู่ที่เรื่องคุณภาพมาตรฐานนี่เอง ความหนาบางของเนื้อวัสดุก็เรื่องหนึ่ง อายุการใช้งานสั้นยาวแค่ไหน ใช่ว่าซื้อไปใช้ผัดๆ ทอดๆ ไม่กี่เมนู พอร์ชแลนหรือเทฟล่อนหลุด ลอก ร่อน ออกมาเป็นลายแผนที่! สิ่งสำคัญ คือ การรับรองจากหน่วยงานรัฐหรือเอกชนระดับประเทศ ระดับนานาชาติ หรือระดับโลก มีหรือไม่

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญ เพื่อการใช้กระทะให้เหมาะกับปรุงอาหารคาวหวานแต่ละอย่าง ช่วงปีใหม่นี้ หากใครจะเลือกซื้อของขวัญเครื่องครัวชนิดนี้ ไม่ว่าจะให้กับตัวเอง ซื้อให้แม่บ้าน พ่อบ้าน หรือบุคคลอื่น ก็สามารถนำ 5 ทิปส์ลับดีๆข้างต้นไปประกอบการพิจารณาด้วยล่ะ  

ใช้กระทะดี ทำอาหารครั้งใดก็อุ่นใจทุกครั้งนั่นแหละ

คุณสมบัติ 3 อย่างของกระทะที่บอกถึงความทนทานของผิวเคลือบ nonstick

Posted on Leave a comment
cover article1

นอกจากคุณภาพการเคลือบ เราสามารถบอกถึงความทนทานของผิว nonstick บนกระทะได้ 3 ทาง

1. ประเภทของกระทะ (พื้นผิว) ที่ได้รับการเคลือบ nonstick
สมมติว่ากระทะมีคุณสมบัติในการนำความร้อนเหมือนกัน เมื่อใช้การเคลือบ nonstick บนกระทะ hard-anodized aluminum หรือกระทะสแตนเลสแบบ arc-sprayed จะทนทานกว่าการเคลือบบนกระทะอลูมิเนียมธรรมดา เช่นเดียวกันกับกระทะอลูมิเนียม nonstick ที่จะมีความทนทานกว่าการเคลือบผิว nonstickบนกระทะเหล็ก

2. ความหนาของกระทะ
การใช้ความร้อนสูงเกินไปเป็นประจำจะทำให้ประสิทธิภาพของผิว nonstick เสื่อมลง เคลือบ nonstick จะเสื่อมเร็วในกระทะที่บาง จำไว้ว่ายิ่งกระทะหนามากเท่าไหร่ การกระจายความร้อนและการป้องกันการเสื่อมของผิว nonstickจะดีมากขึ้นเท่านั้น

3. ขั้นตอนการเคลือบ
การเคลือบ nonstick ผลิตจากสสารที่ลื่นที่สุดในโลก ดังนั้นการเคลือบให้ติดทนนาน จำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก ตรารับรองจากโรงงานเคลือบ เช่น DuPont’s Autograph ถูกนำมาใช้เพื่อยืนยันว่ากระทะได้รับการเคลือบที่ถูกขั้นตอน ถ้ากระทะ nonstick ไม่มีตรารับรองดังกล่าว จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ผลิตเครื่องครัวรายนั้นจะต้องเป็นที่รู้จักดีในเรื่องคุณภาพสินค้าประเภท nonstick